ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

WELCOME

ยินดีต้อนรับ บทความ "ซื้อบ้าน"

วางแผน(จะซื้อบ้าน ออมเงินก่อนปลอดภัยกว่า)

           

            ว่ากันว่าเมื่อคนเราเริ่มทำงานได้สักระยะหนึ่งย่อมคิดที่จะซื้อบ้าน ที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ซึ่งอาจเริ่มต้นด้วยคอนโด ฯ หรือทาวน์เฮ้าส์ก่อนก็ได้ เพื่อความเหมาะสมของรายได้ที่อาจจะยังไม่มากมายนัก เนื่องจากเพิ่งทำงานได้ไม่นาน แต่เนื่องจากบ้านหรือคอนโดฯ เป็นสินค้าที่มีราคาแพง แม้ว่าทั่วไปผู้ซื้อบ้าน จะสามารถกู้ธนาคารได้ แต่ปกติผู้ซื้อบ้าน ก็ต้องมีเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งเพราะแบงก์จะไม่ให้กู้ทั้งหมด ถ้าเป็นคนที่พ่อแม่สนับสนุนช่วยเหลือออกเงินให้(บ้าง) ก็สบายไป แต่ถ้าต้องสู้ชีวิตด้วยตัวเองก็ต้องเก็บหอมรอมริบกันเอาเอง 


          หลักการออมที่ถูกต้องคือต้องตั้งเป้าหมายการออมก่อนใช้จ่ายนั่นคือเงินเดือนออกต้องเก็บไว้ทันที  อาจจะ 10% หรือ 20 % แล้วแต่เป้าหมายหรือจำนวนเงินออมที่ต้องการ เหลือจากการออมเท่าไรค่อยใช้จ่าย แบบนี้จึงจะออมได้ตามเป้าหมาย
           โดยปกติทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 80-90 % ของราคา ดังนั้นถ้าต้องการซื้อบ้าน หลังละเท่าไรก็ต้องมีเงินออมอย่างน้อย 20-30% ของราคาบ้านหลังนั้น เงินออมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้จ่ายในการซื้อบ้าน  เช่น เป็นค่าเงินจอง ค่าเงินทำสัญญา ค่าผ่อนดาวน์ หรืออาจรวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในวันโอนกรรมสิทธิ์ด้วย เช่นค่าโอน เงินกองทุนส่วนกลาง ค่าส่วนกลางล่วงหน้า ฯลฯ

            ล่าสุดแบงก์เองออกมาพูดว่าเมื่อก่อนสัดส่วนหนี้ต่อรายได้นั้นกำหนดไว้ไม่เกิน 60% แต่ในปีนี้ได้ปรับสัดส่วนลงเหลือเพียง 50-55% เท่านั้น ฉะนั้นคนที่มีภาระหนี้สินต่างๆมาก โอกาสในการกู้ซื้อบ้าน บ้านก็จะยิ่งน้อยลง จึงเป็นที่มาของเหตุผลที่ว่าก่อนจะซื้อบ้าน ทำไมต้องออม ถ้ามีเงินออมมาก ความจำเป็นในการกู้ก็น้อย โอกาสในการผ่านอนุมัติก็ง่สย ที่สำคัญกู้น้อยๆ ดอกเบี้ยจะได้ไม่บาน
ขอบคุณข้อมูลจาก home.co.th                                                                                          และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.รวมบ้านและที่ดิน.com

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น