การเลือกซื้อบ้านใหม่สักหลังจากโครงการบ้านจัดสรร นอกจากจะต้องพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการ (ต้องได้รับใบอนุญาตการเป็นผู้ประกอบการจัดสรรที่ดิน) มีทุนจดทะเบียนที่มากพอสมควร รวมทั้งต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่จัดสรร และต้องปราศจากภาระผูกพันใดๆ เช่น การจำนอง ภาระจำยอมต่างๆ เป็นต้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้วก็เพิ่มความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า เงินที่เก็บออมมานั้นจะไม่เสียไป
การวางเงินจองของการซื้อบ้านต้องมีใบจองบ้านเป็นหลักฐาน ซึ่งควรอ่านรายละเอียดข้อความในใบจองอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเงื่อนไขการคืนเงิน การริบเงินจอง ซึ่งที่ผ่านมาผู้ซื้อบ้านจำนวนไม่น้อยถูกริบเงินจอง เพราะเกิดเปลี่ยนใจไม่ยอมเข้าทำสัญญาจะซื้อบ้านจะขายบ้านกับเจ้าของโครงการ จึงถูกริบเงินจอง เพราะถือว่าผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดข้อตกลง
ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจวางเงินจองซื้อบ้าน ควรจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อนว่า ต้องการที่จะซื้อบ้านหลังนั้นจริงๆหรือเป็นการซื้อบ้านตามกระแส ตามคำโฆษณา โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ของโครงการ หรือเป็นการซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร (ต้องการขายใบจองในภายหลัง)
อีกปัญหาที่พบคือ เมื่อวางเงินจองไปแล้ว แต่ยื่นกู้เงินกับสถาบันการเงินไม่ผ่าน (ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้ระบุเงื่อนไขว่าจะมีการคืนเงินจองให้หากยื่นกู้จากสถาบันการเงินไม่ผ่าน แต่จะเป็นการเขียนข้อความเพิ่มเติมขึ้นในใบจองโดยพนักงานขายเอง) ถ้าหากไม่มีข้อสัญญากำหนดว่าจะคืนเงินจองให้ บางโครงการจะถือว่าผู้ซื้อบ้านเป็นผู้ผิดสัญญา และอาจถูกริบเงินจองนั้น หรือบางโครงการก็ยินยอมที่จะคืนเงินจองให้บางส่วน ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินจองต้องสูญไป ก่อนที่จะวางเงินจองควรตกลงกับผู้ขายให้ระบุเงื่อนไขการคืนเงินจองไว้ในใบจองด้วย
การทำสัญญาจะซื้อบ้านจะขายบ้าน ควรตรวจสอบรายละเอียดที่ระบุไว้ในสัญญาให้ถี่ถ้วนก่อนลงนาม ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องปรึกษาผู้รู้หรือถ้าสงสัยในเรื่องใดก็ต้องสอบถามผู้ขายให้เข้าใจถูกต้องตรงกันเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจเสียเปรียบได้ ทั้งนี้ในสัญญาจะต้องกำหนดแบบบ้าน ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ระยะเวลาการก่อสร้างและส่งมอบบ้าน รวมกำหนดวันโอนไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน เพราะหากไม่เป็นไปตามสัญญา เมื่อผู้ซื้อบ้านได้มีหนังสือเตือนให้ผู้ขายดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว ผู้ขายไม่ดำเนินการ ผู้ซื้อบ้านก็มีสิทธิหยุดผ่อนชำระเงินดาวน์ได้ และฟ้องร้องเรียกคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยคืนได้อีกด้วย
หลังจากที่ได้ทำสัญญา ในวันรับโอนผู้ซื้อบ้านต้องตรวจเช็กรายการในเอกสารสำคัญต่าง ๆ ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เช่น โฉนดที่ดินฉบับจริงและหนังสือสัญญาขายที่ดิน มีการระบุชื่อผู้ซื้อบ้าน เนื้อที่ดินและหมายเลขโฉนดถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งในสัญญาซื้อบ้านมีการระบุเกี่ยวกับประเภทของสิ่งปลูกสร้างไว้ครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ หรือกรณีกู้เงินผ่านสถาบันการเงิน จะต้องตรวจสัญญาจำนองที่ดิน และสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองว่ามีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมประการใดบ้าง.
ขอบคุณข้อมูลจาก home.co.th/
และติดตามเรื่อวราวของเราได้ที่ http://www.รวมบ้านและที่ดิน.com






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น